วิทยาศาสตร์เคล็ดลับ

วิชาวิทยาศาสตร์ เป็นหนึ่งในวิชาหลักที่นักเรียนทุกคนจำเป็นต้องเรียน เนื่องจากวิทยาศาสตร์เป็นวิชาสำคัญ และเกี่ยวข้องกับชีวิตของเราคนอยู่เสมอ แต่อย่างไรก็ตามมันเป็นวิชาที่มีเนื้อหาและการท่องจำค่อนข้างเยอะ ทำให้ผู้เรียนบางคนเกิดการความท้อแท้ และเลิกสนใจวิชานี้ไปโดยปริยาย แต่วันนี้เรามีตัวช่วยดีๆซึ่งจะทำให้การเรียนวิชานี้ง่ายต่อความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

ทำความรู้จักกับรากศัพท์

การเรียนวิทยาศาสตร์จะต้องมีการท่องจำ ‘ชื่อเฉพาะ’ โดยเฉพาะในวิชาชีววิทยา ซึ่งหลายๆคนไม่ชอบเพราะมันจำยาก แต่ถ้าหากได้ลองศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับรากศัพท์แล้วล่ะก็ การจำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ก็จะไม่ใช่ปวดหัวอีกต่อไป เพราะผู้เรียนจะสามารถจำคำศัพท์ ถูกต้องเป็นกลุ่มๆ นอกจากนี้เวลาสอบถ้าเจอคำศัพท์บางตัวที่ไม่รู้ก็จะสามารถเดาได้จากรากศัพท์อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น คำว่า ‘derm’ แปลว่าผิวหนัง ทุกศัพท์ที่มีคำนี้เป็นรากศัพท์ก็แปลว่ามีความเกี่ยวข้องกับผิวหนัง เช่น Dermis = ชั้นหนังแท้ , Epidermis = ชั้นหนังกำพร้า , Ectoderm = เนื้อเยื่อชั้นนอกสุดของตัวอ่อน เป็นต้น

หมั่นตั้งข้อสงสัยและตั้งสมมติฐาน

การเรียนวิทยาศาสตร์ให้ดี ผู้เรียนจำเป็นต้องฝึกตั้งคำถามในสิ่งที่เรียนเสมอๆ เพราะการได้ฝึกตั้งคำถามอย่างเป็นประจำจะช่วยทำให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มีการเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้มากขึ้น ส่งผลให้มองเห็นภาพรวมของการเรียนวิทยาศาสตร์ได้มากขึ้น และการเรียนวิทยาศาสตร์ก็ย่อมจะดีขึ้นไปด้วย

จินตนาการอันโลดเล่น

ฝึกจินตนาการในเรื่องราวต่างๆที่ไม่เคยมีสอนในห้องเรียน เช่นการคำถามกับตัวเองว่า ถ้าเกิดมันเป็นอย่างนี้ แล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร การจินตนาการแบบนี้ จะช่วยทำให้สมองได้ฝึกแก้ปัญหาบนพื้นฐานของหลักการทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้อาจนำไปสู่คำถามทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนก็เป็นได้

ศึกษาอย่างเจาะลึกให้รู้ถึงที่มาของสูตร

นักเรียนหลายคน มักท้อแท้ไปกับการเรียนวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะในวิชาฟิสิกส์ เนื่องจากสูตรเยอะมาก จำไม่ไหว แต่ความจริงแล้ว ถ้าผู้ศึกษาได้ลองทำการศึกษาค้นคว้า ให้รู้ถึงที่มาของแต่ละสูตรนั้น จะกลายเป็นว่าจำนวนสูตรที่ต้องจำนั้นจะลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากบางสูตรสามารถพิสูจน์ได้จากอีกสูตรหนึ่ง นอกจากนี้ยังช่วยให้จำสูตรได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเพราะเข้าใจที่มาของสูตรอย่างท่องแท้ ไม่ใช่แค่นั่งท่องตัวแปรไปวันๆ

ทำ Mind map เพื่อสรุปความเข้าใจ

เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์มีค่อนข้างมาก แต่เนื้อหาส่วนใหญ่แล้วมักมีความเชื่อมโยงกันอยู่ในหลายๆเรื่อง เพราะฉะนั้นถ้าผู้เรียนมองเห็นภาพรวมของเนื้อหาแล้ว ก็ควรสร้าง Mind map เนื่องจากเป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งช่วยให้ผู้เรียนได้จัดระเบียบความคิด สามารถมองเห็นความสัมพันธ์ของเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ แน่นอนว่าจะช่วยทำให้เข้าใจมากขึ้นได้อีกด้วย